WINE & SPIRITS 1 October 2022 | By ณรงค์ รู้จำ

Red Diamond Specialty Coffee

มองหาร้านกาแฟดีๆ และไม่เหมือนใครอยู่รึป่าว? ที่นี่เลย Red Diamond ร้านกาแฟแนวดิบเท่ที่ซ่อนตัวในโกดังสีสนิมอย่างลึกลับ แค่ลุคภายนอกก็ชวนค้นหาอยากสำรวจภายในอย่างแรง ผลักประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไปป๊าบ เสียงเพลง Hip Hop ก็ลอยมาเลย

ร้านกาแฟที่ดิบเท่.. ที่ RAW ต้องขอคาราวะ..

(รีวิวเมื่อ เดือนเมษายน 2561)

มองหาร้านกาแฟดีๆ และไม่เหมือนใครอยู่รึป่าว? ที่นี่เลย Red Diamond ร้านกาแฟแนวดิบเท่ที่ซ่อนตัวในโกดังสีสนิมอย่างลึกลับ แค่ลุคภายนอกก็ชวนค้นหาอยากสำรวจภายในอย่างแรง ผลักประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไปป๊าบ เสียงเพลง Hip Hop ก็ลอยมาเลย เฮ้ย!เข้าผิดร้านป่าวเนี่ย นี่แหละสิ่งแรกที่ไม่เหมือนใคร ดังนั้นถ้าคุณเป็นคอกาแฟสายเขียวรักสงบถอยหลังยังทันนะ 555

ลุคภายในยังคงสาดอารมณ์ดิบเท่สอดรับกับแนวดนตรีดังกลบทุกเสียง สะกดสายตาด้วยบาร์ปูนเปลือยที่ตั้งตะหง่านเด่นสง่าด้วยไฟสาดแสงสวยงามพร้อมหนุ่มวัยกำยำขวักไขว่ นึกว่าดีเจกำลังเปิดแผ่น ที่แท้เหล่าบาริสต้ากำลังวุ่นวายกับออเดอร์ลูกค้าอยู่นั่นเอง บรรยากาศร้านเสมือนจำลองโลกกาแฟเพราะที่นี่มีทั้งเมล็ดกาแฟดิบให้คุณชมชิมดม มีเครื่องคั่วกำลังเดินเครื่อง มีอุปกรณ์สุดเจ๋งให้สัมผัส ซึ่งแต่ละตัวบอกราคาแล้วต้องสะดุ้งโหยง ตามฝาผนังก็จะมีชาร์ตความรู้เรื่องกาแฟไปทั่ว แม้แต่ในห้องน้ำ

ร้านกาแฟพิเศษย่อมถือกำเนิดโดยคนไม่ธรรมดา เจ้าของที่นี่เป็นทั้ง Coffee Trainer ได้การรับรองจาก Specialty Coffee Coffee Association of Europe (SCAE) เปิดสอนคอร์สกาแฟมาตรฐานสากล มีไร่กาแฟ และโรงคั่วกาแฟของตัวเอง ซึ่งเขาคนนั้นเป็นคนเดียวกับเจ้าของ Intercof ซัพพลายเออร์ธุรกิจกาแฟที่อุดมไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือเชิงนวัตกรรมและสารกาแฟคุณภาพจากทั่วโลก

Red Diamond จึงไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่ยังถือเป็น Flagship ของ Intercof ที่นำเสนอเทรนด์กาแฟระดับโลกมาสู่คอกาแฟคนไทยด้วยประสบการณ์ใหม่ นอกจากกาแฟหลากชนิดจากทั่วโลกที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีแล้ว หากคุณหลงใหลเรื่องกาแฟขั้นจริงจัง เขาก็มีคอร์สสอนความรู้แบบจัดหนักจัดเต็มทุกเรื่องกาแฟบนชั้น 3 ของอาคารด้วย ตั้งแต่ทักษะการเป็นบาริสต้า ความรู้ด้านการชง ความรู้ของเมล็ดกาแฟดิบ (Green Coffee) ความรู้ด้านการคั่ว ไปจนถึงด้านการชิมและประสาทการรับรู้รส (Cupping) ตามหลักสูตร SCA

มาถึงตัวสินค้าคือ กาแฟ กันดีกว่า ที่นี่จะมีเฉพาะ Specialty Coffee หรือกาแฟพิเศษ ที่คัดสรรเมล็ดจากทั่วทุกมุมโลกทั้งแบบปกติ; Cup of Excellence (CoE); และ Ninety Plus (เมล็ดกาแฟที่ได้คะแนนประเมิน 90 คะแนนขึ้นไป) รวมๆแล้วมีกว่า 60 ชนิด สลับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ แต่เมล็ดกาแฟชนิดพิเศษที่มีจำนวนน้อยมากๆก็อาจมีเสิร์ฟไม่กี่แก้วต่อวัน ชอบกาแฟตัวไหนเขาก็มีให้ซื้อกลับไปชงที่บ้านด้วยนะ

ปาดตาดูเมนูได้สักพักบาริสต้าก็จะมารับออเดอร์ถึงโต๊ะ พร้อมยิงคำถามใส่คุณไม่ต่างจากบาร์เทนเดอร์ “พี่ชอบกาแฟแบบไหนครับ เข้ม ขม ช็อกโกแลต ผลไม้ อซิดิตี้” นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต่างจากร้านกาแฟทั่วไป หากคุณเคยกินแค่กาแฟดาษดื่น ไม่ได้คุยกับต่อมรสต่อมลิ้นมาก่อน ก็จะตอบคำถามเหล่านี้ลำบากนิดนึง แต่สำหรับคอกาแฟขั้นเทพอย่างเรา สั่งเลยว่า “เอาที่น้องแนะนำแล้วกัน” 555 ‘น้องปอง’ หนุ่มน้อยมาดติสท์ ที่มีดีกรีเป็นถึง Q grader มองหน้าส่งยิ้มกว้าง พร้อมแนะนำคาแรกเตอร์กาแฟแต่ละหมวดใหญ่ๆ ก่อนจะสั่งให้เรามาชิมกัน แต่เดี๋ยวก่อนครับพี่ ก่อนจะสั่ง ผมว่าพี่มารู้จักเครื่องชงกาแฟของเราก่อนมั้ย แต่ละตัวรับรองมีที่เดียวในประเทศไทย เอ้า! ได้สิคุณน้อง เริ่มจากตัวแรก

Mavam Espresso Machine เป็นเครื่องชงเอสเพรสโซ่แบบ Under Counter ง่ายๆ คือเอาเครื่องไว้ด้านล่างเพื่อให้บาริสต้าได้คุยกับลูกค้าได้ใกล้ชิด จุดเด่นเครื่องนี้คือสามารถคงอุณหภูมิน้ำร้อนที่ 93 องศาเซลเซียสได้เป๊ะๆ จากต้นทางจนถึงก้นแก้ว ดังนั้นเมื่อผสมกับกาแฟแล้วจะได้รสชาติที่ดีที่สุดนั่นเอง พวกเมนูพื้นๆ อย่าง เอสเพรสโซ่, คาปูชิโน่, ลาเต้ ก็จะทำจากเครื่องนี้   

Trinity ONE เครื่องชงกาแฟขนาดแบบ Drip ตัวนี้เป็นผลผลิตจากการระดมทุนใน Kickstarter มีความพิเศษตรงที่สามารถชงกาแฟได้หลายแบบภายในเครื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็น French Press, Aeropress, Cold Brew, Cold Drip หรือ Chemex

Alpha Dominche Steampunk ตัวนี้คือไฮไลท์ และเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดให้คอกาแฟแห่มาชิมกาแฟที่กลั่นออกมาจากเครื่องหลักแสน หลักการของมันคือการ Steam น้ำขึ้นไปสกัดสารกาแฟ ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยน้ำกาแฟให้ไหลลงสู่แก้ว เครื่องนี้ควบคุมขั้นตอนการชงและสูตรจากแอพในแท็บเล็ตเพื่อให้ตรงกับคาแรกเตอร์ของกาแฟแต่ละตัว ก่อนเสิร์ฟบาริสต้าจะเทสต์ก่อน จากนั้นจะเขียน Tasting note บอกสรรพคุณของกาแฟแก้วนี้โดยเฉพาะ หากสั่งแบบร้อนจะมีนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง 3 นาทีเพื่อให้กาแฟได้ที่พอดีและมีรสชาติดีที่สุด

... เป็นไง กาแฟมื้อนี้ดูมีสาระซีเรียสขึ้นมาทันทีใช่มั๊ย ไปชิมกันเลยดีกว่า..

Ethiopia geisha

พระเอกของเราจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากจะเป็นตัวนี้ Ethiopia geisha ซึ่งทั้งหายากและราคาสูง (500.-) ให้รสสัมผัส ของเบอรรี่ และ ฟรุตตี้อย่างละเมียดละไม ตามด้วยอาฟเตอร์เทสของ น้ำผึ้ง คาลาเมล เชอร์รี่ ตามลำดับ

God father : Espresso on milk

หรือชื่อที่ฮิตเรียกกันทั่วไปว่า Dirty Coffee ชอต เอสเพลสโซ่หอมหวล เข้มข้นจากเครื่อง Mavam Espresso Machine ถูกเทลงบนแก้ว ดับเบิลวอลกันร้อน ที่ใส่นมมาเย็นจัดๆ จึงทำให้รสชาติของกาแฟแก้วนี้ เป็นไปอย่างนุ่มนวล รีบดื่มอย่างรวดเร็วคำโตๆ เต็มๆ ปาก อืมมม... อร่อยยยย เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติของ Creamy, Nutty Woody, Cacao.

Maddog Latte

ลาเต้แก้วนี้ มีรสชาติที่สดชื่น เบาบาง ถูกชงจากเครื่อง Mavam Espresso Machine เช่นเดียวกับเมนูที่ 2 แต่เรื่องของกลิ่น และรสชาตินั้น แตกต่างออกไป หนักไปทางชอคโกแลต แทรกด้วยความหอมจาก หมู่มวลดอกไม้

มีเมนูกาแฟอร่อยๆ ให้ชิมมากมาย ทั้งร้อน ทั้งเย็น แนะนำให้ไปลอง ในอัตราความชอบระดับสิบหัวกะโหลกเลยทีเดียวเชียว

Red Diamond Specialty Coffee

733 ถนนสังคมสงเคราะห์ (เลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์)

กรุงเทพฯ โทร. 085 044 2662

RELATE ARTICLE

ASIA TODAY BAR
เปิดใจ ยุทธพิชัย พลนาคู ซอมเมอลิเยร์แห่ง J’AIME by Jean-Michel Lorain
Vesper -The Art Book
LAST ROUND FOR THE OLD MAN (POP UP) EXPERIENCE
s o l o s